ปั่นหุ้น คืออะไร? รู้ทันพฤติกรรมเสี่ยงในตลาดหุ้น
ปั่นหุ้น คืออะไร? รู้ทันพฤติกรรมเสี่ยงในตลาดหุ้น เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจเพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อของการโกงในตลาด การปั่นหุ้นหมายถึงการสร้างราคาหุ้นให้เคลื่อนไหวผิดไปจากพื้นฐานจริง ด้วยการซื้อขายในปริมาณมากเพื่อหลอกล่อนักลงทุนรายย่อยให้เข้ามาซื้อขายตาม พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นกับหุ้นที่สภาพคล่องต่ำหรือมีข้อมูลพื้นฐานที่ไม่ชัดเจน หากไม่ระมัดระวัง อาจนำไปสู่การขาดทุนหนักและเสียโอกาสลงทุนที่ดีในระยะยาวได้ บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ปั่นหุ้น คืออะไร? รู้ทันพฤติกรรมเสี่ยงในตลาดหุ้น” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
ปั่นหุ้นคืออะไร?
ปั่นหุ้น คืออะไร “ปั่นหุ้น” หรือในศัพท์ทางกฎหมายเรียกว่า “การสร้างราคาหลักทรัพย์” (Stock Manipulation) คือการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลร่วมกันซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ เพื่อสร้างสภาพการซื้อขายที่ผิดไปจากภาวะปกติที่เป็นจริง โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นซื้อขายหลักทรัพย์นั้นด้วยความเข้าใจผิด เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือกลุ่มบุคคลนั้นๆ
การปั่นหุ้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
พฤติกรรมการปั่นหุ้นที่ควรสังเกต (รู้ทันพฤติกรรมเสี่ยง)
ผู้ที่ทำการปั่นหุ้นมักจะใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อสร้างภาพลวงตาในตลาด ซึ่งนักลงทุนควรสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้:
- การเข้าซื้อขายเพื่อดันราคา (Pushing Up Price):
- เคาะซื้อผลักดันราคา (Marking the Close/Open): การส่งคำสั่งซื้อหรือขายในช่วงเปิดตลาดหรือปิดตลาดในปริมาณมาก เพื่อดันราคาเปิดหรือราคาปิดให้สูงขึ้นหรือต่ำลงตามต้องการ
- ส่งคำสั่งซื้อในปริมาณมาก (Big Bid/Order): การตั้ง Bid (ราคาเสนอซื้อ) ในปริมาณมากๆ ที่ราคาใดราคาหนึ่ง เพื่อหลอกให้นักลงทุนรายอื่นคิดว่ามีแรงซื้อหนุน และเมื่อมีคนเข้ามาซื้อตาม ก็จะถอน Bid ออก
- ไล่ราคา (Churning/Wash Trades): การซื้อขายหมุนเวียนกันไปมาระหว่างบัญชีของตนเองหรือพวกพ้อง เพื่อสร้างปริมาณการซื้อขายที่ดูเหมือนคึกคัก และดันราคาขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนเจ้าของหุ้นที่แท้จริง
- เสริม Bid / Offer (Layering/Spoofing): การวางคำสั่งซื้อหรือขายจำนวนมากในราคาที่ห่างไกลจากราคาปัจจุบัน เพื่อสร้างภาพลวงตาว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายจำนวนมาก แต่เมื่อใกล้จะถึงราคานั้น ก็จะยกเลิกคำสั่งนั้นทิ้ง
- การทุบราคาเพื่อไล่ของ (Driving Down Price/Bear Raid):
- ทุบราคา (Hitting the Bid): การส่งคำสั่งขายในปริมาณมากๆ เพื่อกดดันราคาให้ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อตลาดกำลังอ่อนไหว
- การสร้างข่าวลวง หรือบิดเบือนข้อมูล:
- Pump and Dump: เริ่มจากการสะสมหุ้นในราคาต่ำ จากนั้นก็ปล่อยข่าวลวง หรือข่าวดีเกินจริงเกี่ยวกับบริษัท เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาซื้อตาม เมื่อราคาหุ้นขึ้นไปสูงตามที่ต้องการ ก็จะทำการขายหุ้นที่ถืออยู่ออกมาทั้งหมด (Dump) ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาซื้อตามต้องติดดอยและขาดทุนมหาศาล
- Dissemination of False Information: การเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือบิดเบือนข้อมูลสำคัญของบริษัท เพื่อชักจูงให้นักลงทุนเข้าใจผิด
- พฤติกรรมผิดปกติอื่นๆ:
- มีปริมาณการซื้อขายผิดปกติ: ปริมาณการซื้อขายของหุ้นนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและผิดปกติ โดยไม่มีข่าวสารสำคัญหรือปัจจัยพื้นฐานมารองรับ
- ราคาเปลี่ยนแปลงรุนแรง: ราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็วและผิดปกติ โดยไม่มีเหตุผลทางพื้นฐาน
- ข่าวลือหนาหู: มีข่าวลือเกี่ยวกับหุ้นนั้นๆ แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้ง โดยเฉพาะข่าวที่ดูเกินจริง
- มีกลุ่มคนชวนลงทุน: มีการชักชวนให้ลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Line, Facebook หรือกลุ่มนักลงทุนลับๆ โดยอ้างว่าจะได้กำไรมหาศาล
- หุ้นสภาพคล่องต่ำ (Thinly Traded Stocks): หุ้นที่ถูกปั่นมักจะเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ มี Free Float น้อย ทำให้ง่ายต่อการควบคุมราคาและปริมาณการซื้อขาย
ผลกระทบของการปั่นหุ้น
- ต่อตลาดหุ้น: บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ตลาดขาดความน่าเชื่อถือ และอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
- ต่อนักลงทุนรายย่อย: นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากที่หลงเชื่อและเข้าซื้อตามมักจะตกเป็นเหยื่อและขาดทุนอย่างรุนแรง ในขณะที่ผู้ปั่นหุ้นจะกอบโกยกำไรไป
- ต่อบริษัทจดทะเบียน: บริษัทอาจได้รับผลกระทบทางชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ แม้จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้นโดยตรง
วิธีป้องกันตัวเองจากหุ้นปั่น
- ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัท: ดูผลประกอบการ แนวโน้มธุรกิจ งบการเงิน และปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงของหุ้น ไม่ใช่ดูแค่ราคาหรือปริมาณการซื้อขาย
- อย่าเชื่อข่าวลือ: ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น และไม่หลงเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาที่ไป
- ระวังการชักชวนลงทุน: หากมีคนมาชวนลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง โดยการันตีกำไร หรือใช้คำพูดที่เกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
- สังเกตความผิดปกติของราคาและปริมาณ: หากพบหุ้นที่ราคาและปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงผิดปกติ โดยไม่มีเหตุผลรองรับ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
- กระจายความเสี่ยง: ไม่ทุ่มเงินทั้งหมดไปที่หุ้นตัวเดียว ควรมีการกระจายความเสี่ยงไปยังหุ้นหลายตัว หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น
- รู้กฎหมายและสิทธิของตนเอง: ทำความเข้าใจกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต. เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง
จากข้อมูลในเบื้องต้น จะทำให้ทุกๆ ท่านเข้าใจเกี่ยวกับ “ปั่นหุ้น คืออะไร?” เพื่อเตรียมรับมือกับการเทรดในทุกๆ วันนั้นเองครับ สุดท้ายนี่ต้องเทรดอย่างระมัดรอบคอบกันนะครับ